![]() |
|
Spaces home Behind the very calls of...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
Behind the very calls of human beings, we are identical.We'll walk together as long as the grass should grow and the water flows.
October 06 วาทะสะท้อนความคิดนโยบายการเงินของโอฬาร ไชยประวัติ"...ยังมีคนลำบากกว่า
มนุษย์ทองคำในตลาดหุ้นอีกมากมาย..."
ฝ่ายข่าวการเงิน หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ มุมเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์![]() October 01 นิยามรักจากฟอร์เวิร์ดเมล นิยามรัก โดยศาลฎีกา (ศาลฎีกานิยามจริงๆนะ) จำกันได้มั๊ยกับนายเสริม สาครราษฎร์ที่เป็นหมอฆ่าแฟนตาย ในคดีที่นายเสริมถูกตัดสิน นายเสริมขอลดโทษโดยอ้างเหตุว่า ตนฆ่าแฟนเพราะความรักที่ตนมี จนไม่อาจหักห้ามใจให้แฟนไปมีคนใหม่ได้ จึงขอความปราณีจากศาลให้เห็นแก่ความรักของตน ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลไว้อย่างงดงาม ถึงความรักที่นายเสริมอ้างว่ามีต่อแฟนของตน ดังฏีกาข้างล่างนี้ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คดีแดงที่ 6083/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสุดา ปรัชญาภัทร โจทก์ร่วม นายเสริม สาครราษฎร์ จำเลย ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยควรได้รับโทษประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองไม่ควรลดโทษให้จำเลยเพราะคดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษนั้น ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงจิตใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เพราะจำเลยกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ฉันคนรัก แต่ผู้ตายต้องการเลิกความสัมพันธ์กับจำเลยไปมีรักกับผู้ชายคนใหม่ จำเลยจึงบันดาลโทสะฆ่าผู้ตายนั้น เห็นว่า 'ความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจไม่อาจบังคับกันได้ ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อคนที่ตนรักความยินดีที่คนที่ตนรักมีความสุข การให้อภัยเมื่อคนที่ตนรักทำผิดและการเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนที่ตนรัก จำเลยปรารถนาจะยึดครองผู้ตายเพื่อความสุขของจำเลยเอง เมื่อไม่สมหวังจำเลยก็ฆ่าผู้ตาย เป็นความคิดและการกระทำที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของจำเลยโดยฝ่ายเดียว มิได้คำนึงถึงจิตใจและความรู้สึก ของผู้ตาย หาใช่ความรักไม่ ทั้งเป็นความเห็นผิดที่ เป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง' ดังนี้ แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม กรณีไม่มีเหตุจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต September 13 ชัยชนะจากการเลือกตั้งไม่ใช่ระบบสัมปทานคะแนนเสียงของประชาชนไม่ใช่ระบบสัมปทานนะครับ ได้รับแล้วก็เป็นเจ้าของไปตลอด 5 ปี 7 ปี ไม่ใช่ ความชอบธรรมจากคะแนนเลือกตั้งก็จำกัดอย่ที่ชัยชนะจากการเลือกตั้ง แล้วนำไปส่การเป็นเจ้าภาพตั้งรัฐบาล สรรพคุณของคะแนนเลือกตั้งมันหมดตั้งแต่ตอนนั้นแหละครับ ที่เหลือคือการบริหารประเทศให้ดี ให้ประชาชนยอมรับนับถือ ถึงจะได้ 'คะแนนนิยม' มาสมอ้างเพื่อจะเป็นนายกฯ ต่อ ไม่ใช่ไปเอาการเลือกตั้งมาอ้างอยู่ร่ำไป
จิตรกร บุษบา September 12 ถึงลูกศิษย์ กศน. ทุกคนจากก้นบึ้งหัวใจออกจะรู้สึกแปลกทุกครั้งที่ครูใช้คำที่ครูเรียกพวกคุณว่า "ลูกศิษย์" คุณดูจะเป็นลุง ป้า น้า อา พ่อ แม่ แม้กระทั่งย่ายายครูได้แล้วเมื่อพิจารณาวัยวุฒิ และนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณวุฒิของครูจะวิเศษกว่าพวกคุณแต่ประการใด "คุณ" ในภาษาบาลีแปลว่าความดีงาม "วุฒิ" แปลว่าความเจริญ ผู้มีคุณวุฒิหมายความว่าเป็นผู้มีความดีเจริญงอกงามอยู่ในตัว เป็นกระถางเพาะพันธุ์อันตระการยังมูลผลาหาร ผลไม้ นานาชนิด ไม่เว้นแม้แต่ยังร่มเงาและก๊าซออกซิเจนให้แก่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยนัยนี้ครูยิ่งมีหาญกล้าที่จะบอกว่าคุณวุฒิครูสูงกว่าพวกคุณเลย จำเพาะหัวใจที่นำพาตนเองมาเรียนรู้ของพวกคุณ มันก็สูงค่าจนหาไม้บรรทัดเทวามาวัดมิได้แล้ว แม้แต่คำว่า "ครู" ซึ่งมาจาก ครุ หรือ คุรุ ซึ่งแปลว่าหนักนั้น ครูก็ยังอยากรับความหมายไว้เพียงตัวหนักเท่านั้น เพราะป่านนี้ครูไม่กล้าช่างน้ำหนักอีกต่อไปเพราะมันบาดใจมาก สำหรับกลุ่ม ม.ต้น ครูเข้าไปสอนพวกคุณครึ่งหลังของภาคเรียนแล้วเพราะครูต้องไปขัดตาทัพ อ.ปลา ซึ่งลาออกไปอย่างปัจจุบันทันด่วน คาบแรกครูตระหนักมากเพราะมีหญิงสาวผู้หนึ่งโต้ตอบครูกลับมาเป็นภาษาอังกฤษอย่างฉะฉาน ครูก็รู้ทันทีว่านักเรียนห้องนี้มีของแน่ๆ ก็เลย "เล่นของ" ฮ่าๆ คุณรู้ไหมว่าในบรรดานักเรียนสามกลุ่มที่ครูสอน กลุ่มพวกคุณไฮเปอร์มากที่สุด โลกของพวกคุณไม่เหมือนกับนักเรียน ม.ปลายห้องที่ครูสอน พวกคุณแสดงตัวอย่างชัดเจนว่าคุณปเนคนมีครอบครัวแล้ว คุณเป็นพ่อคนแม่คน (แต่พวกคุณก็มักทำตัวแก่นแก้วให้ครูเห็นเสมอ) เนื่องจากห้องนี้มีเรื่องให้ครูแซวหลายเรื่องจึงขอเริ่มต้นจากคุณผู้หญิงแถวหน้าริมขวามือก่อน ครูจะจำเธอได้ไปอีกนาน เพราะเธอชอบใส่เสื้อเหลือง (แม้เธอจะไม่ได้เข้าข้างพันธมิตร (อย่างออกนอกหน้า)) แล้วเธอมักจะใส่รองเท้าเคิร์ทชูส์เงาวับ ที่สำคัญไปกว่านั้น คุณชอบพาลูกสาวมานั่งหลับในห้อง หารู้ไม่ครูชอบแกลงเด็ก แต่น่าแปลก เด็กคนนี้ตอบสิ่งที่ครูถามแกได้เสมอแม้ว่าแกจะทำหน้าเมาหมอนง่วงจัด คนต่อมาคุณผู้ชายคนหนึ่งที่ทำงานช่อง 9 อสมท. คุณทำหน้าที่เป็นนักประชาสัมพันธ์อย่างกระตือรือร้นเสมอแม้คุณจะไม่ได้เป็นผู้ประกาศข่าวที่นั่น คุณมักจะให้ข้อมูลเรื่องราวครอบจักรวาลให้แก่คนในห้องเสมอๆ จนบ่อยครั้งครูต้องเบรคคุณ จริงๆ ครูยินดีที่จะฟังคุณพูดนะ แต่เกรงว่าเพื่อนๆ อาจจะต้องการสมาธิ แต่เอาเถอะสักวันหนึ่งคนอื่นเขาจะเข้าใจ ครูเชื่อว่าความเป็นคนโผลผาง และใส่ใจคนอื่น (จนเกินไป?) ของคุณจะเป็นเสน่ห์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อคนที่ช่างคิดพินิจนึกและมีความรู้สึกอันละเอียดพอที่จะฝ่าข้ามพ้นอคติความรำคาญไปได้ คนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดในความรู้สึกของครูก็คือคนที่ตอบโต้ครูอย่างฉะฉานในวันแรกนั่นเอง เธอทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมเพราะเธอ <<animer la classe>> กล่าวคือ เธอทำให้ชั้นเรียนดูมีชีวิตชีวา และครูคิดว่าคุณได้ทำหน้าเพื่อนคนอื่นเกิดความกระตือรือร้นในการเรียนตามคุณไปด้วย เอ้อแล้วครูเพิ่งรู้วันนี้ว่าคุณเป็นคน อ.เพ็ญ จริงๆ ใกล้ๆ ท่าบ่อเองนะ คุณทำหน้าเหมือนเห็นครูเป็นอลิซมาจากแดนมหัศจรรย์ยังไงยังงั้น แต่ก็อยากจะคุยโวนะว่าหนองคายเป็นเมืองดกอุดมจริงๆ ถ้าพระโคแรกนาไปอยู่แถวนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงทางอะไรอีกแล้ว แต่ตอนนี้คงจะต้องทำอย่างเดียวคือเสี่ยงว่าจีนจะกักน้ำปิดน้ำโขงอีกเมื่อไหร่ชาวบ้านจะได้เตรียมตัวไว้
อย่างที่บอกจริงๆ ด้วย ครูยังเหลืออีกคนที่อดเล่าขานไม่ได้ พระเอกลิเกประจำกลุ่มเรานั่นเอง คาบแรกที่เขาแนะนำตัวหน้าชั้น พวกคุณจำได้ไหม เขาร้องเพลงออกแขกที่ชื่อว่า "กระต่ายเต้น" ได้จับจิตจับใจ ตอนนั้นครูเข้าใจว่าคุณร้องเพลง "กระต่ายหมายจันทร์" เพราะเนื้อหามันพรรณนาความเศร้าของกระต่ายช่างฝันตัวหนึ่ง มันเป็นหายนะทางอารมณ์จริงๆ เลยนะ การที่เราอยากจะเอื้อมคว้าในสิ่งที่สุดเอื้อมคว้า และพร้อมกับความทะเยอทะยานในสิ่งที่มิอาจทะยานถึง เอาล่ะอยากจะบอกอีกนิดหนึ่งก่อนจะแบ่งปันที่ให้แก่กลุ่มต่อไปว่า กลุ่มของคุณแม้จะร้องเพลงที่ครูสอนผิดคีย์ แต่คุณร้องได้มีวิญญาณมากๆ หลายคนร้องแล้วเหมือนหมอลำ หลายคนร้องแล้ว O, Susana! ของครูกลายเป็นเพลงลูกทุ่งภูมิภาคตะวันตกของประเทสไทยไปเลย แต่นั่นแหละ มันทำให้ครูคิดถึงบทกวีบทหนึ่งของ Walt Whiteman ที่ได้ให้ภาพคนทุกหมู่เหล่า ทุกวัย ทุกเพศ และทุกกลุ่มชน ร้องเพลงเพลงเดียวกันด้วยใจที่สอดประสานกัน และเพลงนั้นคือเพลงชาติ ครูก็หวังว่าเพลงอันแสนจะเรียบง่ายที่ครูสอนนี้จะทำหน้าที่เหมือนเพลงชาติของวิทแมนที่เกิดจากการผสมผสานคนที่แตกต่างให้อยู่ร่วมกันได้ และขับขานมันออกมาด้วยหัวใจที่ไร้วรรณะพรมแดน -ต่อตอน 3- กลุ่มสุดท้ายซึ่งเรามีเวลาให้กันน้อยมากคือนักเรียนประถม ครูได้สอนคุณในโครงการสอนเสริมของ กศน. ก่อนอื่นครูต้องขอขอบคุณทุกคนในกลุ่มนี้ คุณทำให้ครูครบไตรรัตน์ (ประถม อ.ต้น และ ม.ปลาย) ใช่แล้วครูคิดว่าพวกคุณเป็นศิษย์แก้วสามดวงใหญ่ที่ส่องแสงสว่างในชีวิตนอกและในห้องเรียนของครูเสมอ กลุ่มนี้พิเศษตรงที่อายุผู้เรียนเป็นยายเป็นย่าครูได้เลย สิ่งนี้เองอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณมีเรื่องราวมาเล่าให้ครูฟังเสมอ คุณมีความรู้สารพัดตั้งแต่เรื่องสถานที่หรือย่านเก่าแก่ในเมืองกรุง เรื่องลาวโซ๋งที่บ้านคุณเอง และเรื่องศัพท์โบร่ำโบราณที่คุณชอบใช้แล้วมันแสดงอายุของคุณ!!! หลายคนกล่าวว่าวัยชราเหมือนการย้อนกลับไปเป็นเด็ก ครูไม่ค่อยเห็นด้วยเลย พวกคุณทำให้ครูรู้สึกว่า จะเรียกว่าเด็กได้ไงเนี่ย คุณผ่านชีวิตต่างๆ นานามาอย่างโชกโชน กระแสโลหิตของคุณคงไม่ได้เต็มไปด้วยเฉพาะฮีโมโกลบินเท่านั้นแต่คงมีอนุภาคเรื่องราวจิปาถะทั้งดีร้าย สุขทุกข์ปะปนกันเต็มไปหมด การสอนพวกคุณไม่ง่ายเลยเพราะคุณขี้อายที่สุดในบรรดาแก้วสามดวงใหญ่ของครู แต่ในที่สุดพวกคุณคงทนความด้านของคนสอนไม่ไหวแน่ๆ ในที่สุดพวกคุณก็ยอมร้องเพลง O,Susana! แล้ว
มาถึงตรงนี้พวกคุณคงคิดว่าเอ๊ะ ทำไมไม่ว่าจะสอนในระดับใด ทำไมครูต้องให้คุณร้องเพลงนี้ด้วยนะ อย่างที่ครูแปลให้ฟัง มันเป็นเพลงรักน่ะ แล้วพวกคุณก็รู้ เรียนกันมาตั้งนานคงจะจับทางได้ว่าครูเป็นพวกน้ำเน่าท่วมจอ แล้วอีกอย่าง ผอ.ไม่ค่อยปลื้มที่ครั้งแรกๆ ครูเอาเพลงเก่าๆ มาเปิดให้พวกคุณฟังและยังไปซีรอกซ์ชีทให้คุณมาร้องตามอีก เขามาบ่นกับครูว่าสอนแค่ในหนังสือก็พอแล้ว ครูไม่อยากจะเถียงกับ ผอ.นะ เพราะพูดไปก็เท่านั้น เรามาขบถกันในห้องเรียนดีกว่า ตำราหนาสุดๆ จะให้เรียนทั้งชีวิตกันหรือไง คนเขียนหลักสูตรไม่ได้สอน คนสอนไม่ได้เขียนหลักสูตร แต่จริงๆ ถ้าจะสอนให้หมดก็ได้นะ แต่คุณจะได้แต่ "วิชา" หาได้ "เคล็ดวิชา" ไม่ -ต่อตอน 4- อย่างที่ครูบอกในคาบสุดท้าย ต่อให้คุณได้คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นมาไว้ครอบครอง คุณจะไม่มีทางบรรลุวิชานี้ได้ถ้าคุณไม่รู้ "เคล็ดวิชาเปลี่ยนเส้นเอ็น" จริงๆ ฟังดูเหมือนจะลึกลับ แต่ครูบอกแล้วไง อ.ศิลป์ พีระศรีบอกว่า ars longa vita brevis ศิลปวิทยาการมันไพศาลเกินกว่าอายุของคนเราจะยืนยาวนานเรียนรู้มันได้หมด ต่อให้คุณรู้เนื้อหาสาระสิ่งต่างๆ ตั้งมากมาย แต่คุณไม่รู้แม้แต่วิธีการนำมันไปใช้ มันจะมีประโยชน์อะไรกับกระดาษเป็นปึ๊งที่เปื้อนหมึดถูกเย็บเล่มอยู่เป็นหนังสือ ถ้าคุณไม่รู้แม้กระทั่งว่าคุณเรียนไปแล้วจะเอาไปทำอะไรยังไง หรือสิ่งต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้มันเป็นแค่สิ่งที่ครูพ่นๆ ผ่านหูคุณแล้วมันก็จางหายไป จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าครูจะทำให้คุณรู้สึกรักที่จะเรียนรู้ และเรียนรู้ที่จะรักด้วย รักที่จะแสวงหาความรู้แม้ว่าการศึกษาในห้องเรียนจบลง รักที่จะเสพสื่อภาษาอังกฤษโดยมีเพลง O, Susana! เป็นแรงไฟเชื้อฟืน สิ่งนี้เองที่มันไม่อยู่ใน "หลักสูตร" เพราะมันคือ "หลักที่ไม่มีสูตร" จริงๆ อยากจะจบข้อเขียนนี้ลงเสียทีเพราะเข้าใจว่าคนที่อดทนอ่านมาถึงตรงนี้คงจะเมื่อยสายตาสายยายแย่แล้ว จริงๆ ครูอยากจะบอกว่า ครูไม่คิดว่าพวกคุณจะมีโอกาสได้อ่านข้อเขียนที่คุณควรได้อ่านนี้ (เท่าๆ ที่ซาวเสียงดูแทบจะไม่มีใครใช้อินเตอร์เน็ตเลย แล้ว กศน.เขาอบรมตอนบ่ายให้ฟรีก็ไม่ไปนั่งเรียน แต่ก็นะ คุณคงติดงานกัน ครูเข้าใจ) เพราะมันเป็นเรื่องของคุณเอง แต่สิ่งที่ครูได้เขียนและได้แบ่งปันให้คนรอบข้างครูได้อ่านกันนั้นมันปเนส่วนเสี้ยวหนึ่งของชีวิตครู กศน.ชั่วครู่หนึ่ง ซึ่งได้บังเกิดความท่วมท้นในใจอย่างประหลาด และมันเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจอุ่น จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราไม่หัวใจอุ่นคนเดียวแต่เราแบ่งปันให้คนอื่นได้อุ่นด้วย ตลอดการเดินทางของตัวอักษรในข้อเขียนของครูชิ้นนี้ นักเรียนเงียบๆ ในห้องไม่ถูกเอ่ยนาม นี่อาจปเนเพราะความนิสัยเสียของครูที่มักจะจำได้แต่เด็กเก่ง แสบ เซี้ยว แว้น ดงบังชินกิ สก๊อย ฝอยโฟ่ หรืออะไรก็ตามแต่แล้วแต่จะเรียก ขอให้ทุกคนได้ระลึกว่าครูนึกถึงพวกคุณทุกคนเสมอ รวมทั้งหลวงพี่ 2 รูปที่ชอบขาดเรียนและชอบใช้อำนาจพระดุครูด้วย ขอให้รู้ว่าอย่าได้เจอกันในผ้าเหลืองบ้างละกัน ครูไม่ใช่คู่อริหรือเป็นศัตรูศาสนาแต่อย่างใด และที่ถูกพระดุก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ออกจะขำๆ ด้วยซ้ำเพราะรู้สึกว่าพระกำลังกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งการมีพระคุณท่านทั้งหลายมาอยู่ในห้องเรา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เราจะอุ่นใจจากภูติผีปีศาจที่อาจมาก่อกวนหรือสร้างความรำคาญใจให้แก่นักเรียนที่สุดแสนจะตั้งใจเล่าเรียนของครู ครูจบข้อเขียนนี้ลงด้วยความลำบากใจจริงๆ เพราะยังมีเรื่องราวอีกร้อยแปดพันประการที่ยังตราตรึงอยู่ในใจครู แน่นอนความทรงจำหรือประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาคือสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนและเกิดขึ้นจากคนผู้เดียว พวกคุณทุกคนมีส่วนร่วมสร้างเรื่องราวที่ยังโลดแล่นเต้นไหวในสำนึกของครูเสมอ ครูหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณจะไปร่วมสร้างความทรงจำที่น่าจดจำเช่นนี้กับผู้อื่นๆ อีก และถ้าคุณจำได้ คาบสุดท้ายของเทอมนี้คุณได้ทำบุญกฐินร่วมกัน ถ้าชาติหน้ามีจริงฉันใดพวกคุณคงจะได้มานั่งเรียนด้วยกันอีก แต่ถ้าครูเลือกได้ ขอไม่เกิดจะดีกว่านะ ใครเห็นด้วยช่วย Raise your hand!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
|
| ||||||||||||||||||||||